Tuesday, December 18, 2007

Effect of Starbuck's on corporate life: episode 2

เมื่อวาน เกริ่นนำเรื่องสตาร์บัคไปเล็กน้อย วันนี้มาเพิ่มกันหน่อยดีกว่า

หลังจากที่มีหลายคนได้เห็นป้ายสตาร์บัค เรื่องนี้กลายเป็น talk of the office กันเลยทีเดียวคะ ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า หมดตูดแน่งานนี้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมทุกคนต้องคิดเหมือนกัน ถ้ามันแพงจิง ก็ไม่ต้องกินมันก็สิ้นเรื่อง จิงมั้ยคะคุณขา ... แต่อย่าเอ็ดไป อีหนูไผ่ก็ทำมิได้เจ้าคะ ก็ของมันยั่ว จะไม่ให้หลวมตัวก็ไม่ได้ ชิมิ

วันนี้เลยมีหัวข้อมาว่า เราจะตั้งเป้ากินกันเท่าไหร่ดี

พี่สาวคนนึงบอกว่า พี่ตั้งไว้แล้วว่า 1 แก้วต่ออาทิตย์ แต่อันนี้แหล่งข่าวไม่ได้บอกว่า อย่างน้อย 1 แก้ว หรือ อย่างมาก นะเจ้าคะ

ส่วนพี่อีกคนบอกว่า ของพี่นี่ต้องวันละแก้ว...จ๊าก...คุณพี่ขา วันละแก้ว ถึงขั้นหมดตัวเลยนะคะพี่ขา

พี่ๆบอกว่า ไม่เป็นไร เราตั้งเป้าไว้ แล้วไปลดค่าใช้จ่ายตัวอื่นแทน เช่น เลิกใช้ทางด่วน ออกจากบ้านเร็วหน่อยจะได้ไม่เจอรถติด

.... เอ่อ ฟังไปฟังมา มีเหตุผลนะพี่คะ ตื่นเช้าขึ้น ออกจากบ้านเร็วขึ้น เพื่อมาซื้อกาแฟกิน ไม่ต้องห่วงว่าจะง่วงเหงาหาวนอนเพราะการตื่นเช้า เพราะเราได้กินสตาร์บัคเพื่อแก้ง่วงเป็นที่เรียบร้อย... อืม มีหลักการจิงๆ คะ ....

ถ้าเดี๊ยนเป็นผู้บริหารสตาร์บัคแล้วมาได้ยินอย่างนี้นะ ดีใจตายชักเลย ยังไม่ต้องทำไรเลย แบรนด์มันก็ขายตัวมันเองเป็นที่เรียบร้อย โอ๊ยยยย นี่แหละนะ charismatic marketting...

พูดถึงเรื่องง่วง..มันก็เป็นเหตุผลที่ดีที่อีหนูไผ่ไม่ควรบริโภคสตาร์บัคในเวลางาน เพราะไม่รู้ทำไม กินทีไรง่วงทุกที ม่ะเข้าใจหงะ กาแฟเจ้าอื่นไม่เห็นเป็นเลย แต่อีคาราเมลมัคคิอ่าโต่ (กรุณาออกเสียงแบบอิตตาเลี่ยนด้วยนะ) กินทีไร หลับทู้กกกที....

Effect of Starbuck's on corporate life: episode 1

เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน ชั้นล่างของตึกมีการล้อมคอกกันกลางลานอย่างโดดเด่นเป็นสง่า สาวออฟฟิศอย่างเราก็มีการถกเถียงกันด้วยความสงสัยว่ามันคืออะไรหว่า

พี่สาวคนนึงบอกว่า คงเป็นมอไซไต่ถังหนะน้อง เพราะดูจากรูปลักษณ์แล้ว เหมือนกับมอไซไต่ถังแถวบ้านเลย พี่ก็ช่างจินตนาการนะคะ จะมาไต่ไรกันกลางตึกอย่างนี้หละคะคุณขา จนมาเมื่อวาน ความสงสัยก็เริ่มมีมากขึ้น เพราะตอนนี้มันไม่ใช่แค่รั้วแล้วคะ แม่เจ้า ... มันเริ่มมีอะไรมากขึ้นมากขึ้นตามลำดับ นอกจากรั้ว (ที่เหมือนถังให้มอไซไต่) ก็เริ่มมีการกั้นเป็นห้องหับ หน้าตาดีเชียว อีหนูไผ่ก็คิดว่าจะเป็นโชว์รูมคอนโดไรสักอย่าง ว่าเข้าไปนั่น ...

คราวนี้พี่สาวอีกคนพูดขึ้นมาว่า น่าจะเป็นคอฟฟีช็อปนะน้อง.. โห คุณขา ถ้าใครๆเคยมาตึกอิชั้น จะรู้ว่ามีร้านกาแฟมากมายก่ายกอง แข่งกันไม่หวาดไม่ไหว (แต่อีหนูไผ่ก็ไม่เคยลองสักที) แค่นี้ก็จะแย่แล้ว จะมาเปิดอีกไรนักหนาคะพี่ขา ... ยังพูดกันไม่ทันขาดคำ เราก็เดินผ่านป้ายอันนึงที่ทำให้สองสาวออฟฟิศอย่างเราหน้าตาเหรอหรา ประหนึ่งเจอของโดนใจอย่างแรง... ป้ายที่ว่าเป็นไรไม่ได้คะ นอกจากเงือกสาวพราวเสน่ สาวน้อย Starbuck's นั้นเองเจ้าคะ

งานนี้แย่แล้วคะคุณขา..ตอนเช้าเปิดประตูเข้ามาสิ่งแรกที่เจอคือ Starbuck's กลางวันเดินลงมากินข้าวก็ต้องเจอ ตอนเย็นก่อนกลับบ้านก็ต้องผ่านมันอีก... อีหนูไผ่จะอดใจงัยไหวเจ้าคะ ลำพังไม่เห็นร้านได้แต่กลิ่นยังลมแทบจับด้วยความอยาก แล้วนี่ เล่นมาตั้งกันโดดเด่นเป็นสง่าราศีอย่างนี้ ซวยคะคุณ พูดได้คำเดียว

งานนี้ expense เพิ่มกระฉูด พร้อมๆ กับน้ำหนักตัวที่น่าจะตามมาจากปริมาณการบริโภค... ทำงัยดีหละคะคุณขา แย่แล้ว..ต้องมานั่งดีดลูกคิดกันใหม่หละทีนี้.......เห้อ

Tuesday, December 04, 2007

4 December 2007

ทำงานวันที่สองคะ วันนี้ค่อยยังชั่วหน่อย สมองกลับมาทำงาน (นิสนึง) เมื่อวานนี้ไม่ไหวเลยเจ้าคะ ป่วยแหลก ต้องซัดยาทั้งวันเลย ไม่งั้นตัวสั่นงันงก สมองไม่ทำงาน กินไรก็ไม่ค่อยลง วันนี้กินลงนะ แต่พอกินแล้วกลับมาเจ็บคออีก เลยกินไปได้หน่อยเดียว แต่ก็ยังดี ที่สมองยังแล่นหน่อย เพราะวันนี้ประชุมทั้งวัน ถ้าเป็นเมื่อวานคงตายเจ้าคะ อีหนูไผ่

วันนี้มีจุดพลุที่สนามม้านางเลิ้งด้วย อยากไปดูใจจะขาด ถ้าไม่ป่วยนะ ไม่มีพลาด แต่นี่ป่วยก็ป่วย ไม่กล้าแรดคะ กลัวว่าเดี๋ยวป่วยหนักกว่าเดิม ทำงานไม่ไหว แย่เลย

อิจฉา อิจฉา คนได้ดูพลุหง่า....เอารูปมาสังเวยซะดีดีเลยพี่น้อง