Tuesday, September 26, 2006







25 กันยา, เริ่มเรียนวันแรก

วันนี้เริ่มเรียนวันแรกหลังจากปิดเทอมมานาน กว่าจะได้เรียน เพื่อนๆที่ AIT ก้อคงจะสอบมิดเทอมกันแล้วหละสิ

วิชาแรกวันนี้คือ marketing communication เรียนกะจารย์อเมริกัน ซันนี่บอกว่าเหมือนพ่อต้อเลย เลยแอบถ่ายรูปตอนจารย์เผลอๆ ส่งมาให้ดูกัน อิอิ เหมือนมั้ย

เรียนก้อสนุกดี เหมือนเรียนที่ AIT อ่ะ จารย์มีวิดิโอโฆษณาต่างๆมาให้ดู ขำๆ แปลกๆ น่าสนใจดี แต่ง้วงง่วง คือแบบว่าอากาศมันดีอ่ะ เรียนไปแล้วเย็นสบาย น่านอน

อีกวิชาก้อ international consulting เรียนตอน ห้าโมงถึงสองทุ่ม ความรู้สึกเดียวกะเรียน MOT กะจารย์จีเลยอ่ะ จารย์พูดไปเรื่อยๆ ถามให้นักเรียนตอบบ้าง เป็นครั้งคราว พยายามนึกว่าจารย์เหมือนใคร แต่นึกไม่ออก เอาเป็นว่า ดูรูป (ขวา) แล้ว บอกๆกันมาละกันว่าเหมือนใคร

เรียนไปก้อหิวไป ซันนี่ถึงขนาดท้องร้องกันเลยทีเดียว แบบว่า มันเรียนดึกอ่ะ แล้วก้อไม่ได้กินไรก่อน ทั้งหิวทั้งง่วง พอเรียนเสร็จรีบวิ่งออกมาหาหนมปังกิน กว่าจะหาร้านได้ เพราะสองทุ่ม ร้านรวงที่นี่ปิดหมดแล้ว โชคดีมีอยู่ร้านนึง หนมปังเหนียวๆ ก้อต้องฝืนกินกันไป

กลับถึงบ้านรีบหุงข้าว ผัดผัก กะซุปไก่ (เหลือมาตั้งแต่เช้า) ซัดกันเข้าไปท้องเกือบแตก


Monday, September 25, 2006












23 กันยา, ร่วมมิตรคนไทยในต่างแดน

ชาวมิชลินจาก clermont ขับรถมาเที่ยวปารีสกัน ประกอบไปด้วย พี่บีม,พี่ดอย,พี่เป้,น้องปอ,น้องเฟ้ (ออกเสียงเหมือนเป้อ่ะ) เลยนัดเจอกันที่ sacre-ceur (อ่านว่า แซค-เคอะ-เคอร์) อยู่แถวๆบ้านเราพอดี

โบสถ์นี้อยู่บนภูเขา เป็นจุดที่สูงเป็นอันดับที่สองของปารีส (อันดับหนึ่งคือหอไอเฟล) กว่าจะเดินขึ้นไปถึงก้อขาลากกันเลยทีเดียว จิงๆแล้วเค้ามีกระเช้าให้บริการด้วย แต่คนเยอะมาก ต้องต่อคิวนาน เดินเอาก้อได้ จะได้ออกกำลังกายด้วย (เห้อออ..เหนื่อย)

โบสถ์นี้ถือเป็นโบสถ์ที่เราชอบมากที่สุดในบรรดาทั้งหมด เพราะเป็นสีขาว แล้วก้ออยู่บนภูเขา มองเห็นวิวรอบด้านสวยงาม ภายในก้อสวยงาม เราชอบมากกว่า noter-dame อีก แถมสามารถมองมาจากห้องที่อยู่ได้ด้วย ตอนกลางคืนสวยมาก เพราะเค้าจะเปิดไฟส่องจนเที่ยงคืน มองมาเนี่ยะ งามเด่นเป็นสง่าสุดๆ

ออกมาจากโบสถ์ก้อเดินอ้อมมาด้านหลัง ระหว่างทาง มองเห็นห้องเราด้วย ดูในรูปเอานะจ๊ะ ตึกรูปร่างหน้าตาประหลาดๆหนะแหละ แล้วก้อเดินต่อเพื่อไปย่าน monmartre ไปดูพวกศิลปินวาดรูปกัน แต่ต้อง ระวังนะ เพราะบางคนเค้าไม่ให้ถ่ายรูป เกิดไปถ่ายสุ่มสี่สุ่มห้า โดนด่า แถมเสียตังค์อีกตังหาก อีกเรื่องที่ต้อง ระวังคือ อาจจะถูกชักจูงให้เสียตังค์โดยไม่รู้ตัว แบบว่า ทำเหมือนใจดี จะวาดรูปเรา วาดๆไป หันมาเก็บตัง เราซะงั้น ไม่ได้ขอให้วาดซะหน่อย (ไม่เคยโดนนะ มีคนเล่ามาอีกที) วันนี้คนเยอะมาก เพราะเป็นวันเสาร์ ได้บรรยากาศดี กะว่า ว่างๆ คงเดินมาดูรูปเล่นอีก เพราะอยู่ใกล้ๆบ้านเรา

ระหว่างเดินกลับไปรถไฟ มีร้านค้าเสื้อผ้า ลดราคา ราคาไม่แพงนะ อย่างยี่ห้อ kookai เป็นเสื้อไหมพรมมันขายเป็นกระบะๆ ต้องไปรื้อๆเอาก้อต้อง 5.99 ยูโร (สามร้อยบาท) ก้อไม่แพงเท่าไหร่ เพราะคุณภาพดี เนื้อหนานุ่ม แต่ไม่ได้ซื้ออ่ะ เพราะไม่ได้กะจะช้อปอยู่แล้ว แค่เดินๆ สำรวจตลาดไปเรื่อยๆ

หลังจากออกจาก monmartre ก้อนั่งรถไฟไปหาพี่เกด พี่ดอย ที่ louvre (อ่านว่า ลูฟ) ถือเป็นการมาครั้งที่ 4 ในรอบสองอาทิตย์ที่มาอยู่ปารีส แบบว่า ใครไปใครมา ต้องมาที่นี่ จนซันนี่ชวนว่าไปสอบ guide license กัน ไหนๆก้อไหนๆแล้ว ทำให้มันเป็นกิจลักษณะกันไปเลย มี license พาคณะทัวร์เที่ยวกันเลยทีเดียว

โทรไปหาพี่เกดว่าอยู่ไหน แหมเจ๊แกตอบมาว่า อยู่ตรงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ช่างคิดจิงๆ เพราะหน้า louvre นอกจากปิระมิดสามเหลี่ยมที่ใครๆรู้จักดีแล้ว ยังมี อนุสาวรีย์น้อยๆ เป็นใครไม่รู้ขี่ม้าอยู่ เออนะ ไอ้เราก้อไม่เคยนึกหรอก เจอเจ๊เกดพูดมา เลยคิดได้ .. เออ เหมือนหวะ (เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปนี้มา ไม่งั้นจะเอามาให้ดู)

หลังจากรวมตัวกันครบหมด เหมือนเป็น michelin reunion ยังงัยไม่รู้ แบบว่า เหมือนงานคืนสู่เย้าชาวมิชลิน ทำนองนั้น ชักภาพกันตามประสาชาวไทย รูปหมู่ใหญ่อยู่กล้องพี่ดอยอ่ะ แล้วก้อลืมเอา email ให้พี่ดอย แล้วหนูจะได้ดูรูปมั้ยคะพี่ขา ว้าา..แย่จัง รูปที่มี ก้อมาจากกล้องตัวเองทั้งนั้น เห้อ..

ออกเดินทางต่อ สาวๆเดินทางไปช้อปปิ้งที่ร้าน Benlux ตามระเบียบ หนุ่มๆไปร้านหนังสือ ร้านนี้ดี๊ดี ถูกด้วย น้องไผ่ได้ dictionary มาหนึ่งเล่มราคา 9.4 ยูโร (เกือบๆ ห้าร้อย) ไม่ถือว่าแพงนะ เพราะเล่มใหญ่พอสมควร ใช้ได้เลยทีเดียว แล้วเราก้อขอแยกตัวไป les halles อีกครั้งเพื่อทำการซื้อ internet แล้วนัดกะพี่เกดอีกทีที่บ้านพี่วาด (สาวไทยใจดี) เพื่อจะรับประทาน dinner ร่วมกัน

กว่าจะซื้อ internet เสร็จก้อปาไปทุ่มนึงแหนะ ไปถึงบ้านพี่วาดก้อทุ่มครึ่ง ชาวไทยสิบก่าคนได้ ไปรุมกินอาหารไทยฝีมือพี่วาด พี่วาดเป็นคนขอนแก่น เดินทางมาอาศัยอยู่ปารีสก้อยี่สิบหกปีแล้ว ใจดี๊ใจดี ทำอาหารอร้อย อร่อย วันนี้พี่วาดทำข้าวเหนียว ส้มตำปลาร้า น้ำพริกปลาร้า ผักสด ลาบเนื้อ ต้มข่าไก่ โอ๊ยยย นึกแล้วยังน้ำลายไหลอยู่เลย ดีใจได้กินปลาร้าแล้ว เย้.... กินกันพุงแทบแตก

หลังจากกินข้าว มีบริการดูหมอโดยพี่เป้ ดูลายมือแม่นๆจ้า... แหมบอกว่ามาเรียนกฎหมายที่ฝรั่งเศส ไหงมาเอาดีทางดูลายมือก้อไม่รู้ จบไปไม่รู้จะเป็นหมอดู หรือ หมอความ อันนี้คงต้องดูกันต่อไป

นั่งเม้าท์กันบ้านพี่วาดแทบระเบิด นี่ถ้าฝนไม่ตก พี่วาดคงจับชาวไทยพวกนี้โยนออกนอกบ้านแล้ว ที่มันส์ที่สุดก้อคงเป็น น้องหยก กะซันนี่ คุยกันรู้เรื่องได้งัยก้อไม่รู้ ด้วยความที่น้องหยกห่างหายภาษาอังกฤษมานาน เลยไม่ค่อยคล่อง น้องเลยซัดภาษาฝรั่งเศสใส่ซันนี่ ส่วนซันนี่ก้อพูดอังกฤษกลับไป นั่งฟังก้อขำ เอ้ออ มันคุยกันคนละภาษาแต่ก้อยังคุยกันได้เนอะ

สักสี่ทุ่มก่าๆ ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก พวกเราเลยตัดสินใจ เอาวะ ยอมเดินลุยฝนไปละกัน ถ้ารอ เดี๋ยวจะยิ่งดึกเข้าไปใหญ่ ไผ่กะซันนี่มีเครื่องป้องกันฝนอย่างดี ไม่ใช่ร่ม ไม่ใช่เสื้อกันฝนนะ แต่เป็นถุงช้อปปิ้งจาก IKEA (พกติดตัวตลอด กรณีต้องไปซื้อของจะได้หอบกลับมาได้ง่าย) แบบว่า ถุงมันใหญ่มาก สามารถครอบหัวคนสองคนได้ดีเลยทีเดียว เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ คนเห็นคงขำน่าดี สองคนในถุงพลาสติก (โคตรโรแมนติกเลย)

22 กันยา, เริงร่า outlet

วันนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพราะมีนัดกะพี่พู่ (มิชลิน) ตอนเก้าโมง เพื่อเดินทางไป outlet mall ไม่ได้กะจะไปช้อปปิ้งไรหรอก แค่อยากดูเฉยๆว่าเหมือนบ้านเราป่าว แล้วราคาเป็นงัย

พี่พู่มาประชุมที่ clermont สองอาทิตย์ วันนี้จะบินกลับเมืองไทย แกเลยแวะปารีส เราก้อเลยได้มีโอกาสเจอพี่แก หลังจากลาออกจากมิชลินมา ก้อไม่ได้เจอกันเลย มาเจอกันอีกทีก้อปารีสเลย ดูสิคนเรา อยู่เมืองไทยไม่ได้เจอ

นั่งรถไฟไปหาพี่พู่ที่โรงแรม หลงทางคะงานนี้ ออกจากรถไฟมา แทนที่จะเดินไปอีกทาง ดั้นเดินไปทิศทางตรงข้ามซะงั้น กว่าจะได้เจอกันก้อเกือบสิบโมงกันเลยทีเดียว

นั่งพักสักแป้บ ก้อขึ้นรถไฟไป outlet อยู่ไกลมากต้องนั่ง RER A4 ไปลงที่สถานี Val d'Europe ถึงก่อน disneyland สถานีนึง ไกลมากๆ พอไปถึง ฝนดันตก แต่ไม่มาก ก้อเดินดูของตามร้านไปเรื่อยๆ

ที่นี่แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนที่เป็น Mall กะส่วนที่เป็น outlet ใน mall ก้อจะไม่ลดราคา ราคาก้อแพงบ้าง ไม่แพงบ้างแล้วแต่สินค้า ต้องดูดีๆ ส่วน outlet ก้อเป็นพวกของแบรนด์เนมต่างๆ เยอะแยะ ราคาก้อถูกกว่าเมืองไทย (เป็นบางสินค้า) แต่อ่ะนะ ก้อยังแพงสำหรับหนูไผ่อยู่ดี ไม่มีปัญญาซื้อหรอกคะ

เดินกันได้สักพัก ฝนเริ่มลงเม็ดหนาขึ้น ไผ่กะซันนี่เลยไปหากาแฟดื่ม ปล่อยให้พี่พู่เดินช้อปปิ้งคนเดียว ระหว่างนั้นก้อได้เจอ สาวเวียดนาม(แต่โตที่ฝรั่งเศส) กะสามีชาวฝรั่งเศส มานั่งข้างๆ ซันนี่ก้อเปิดฉากสนทนาตามระเบียบ คุยกันถูกคอ เค้าบอกว่าเค้าจะไปเที่ยวเมืองไทยประมาณเดือน พย. เราก้อแนะนำไปว่าควรไปเที่ยวที่ไหนอย่างไร แล้วก้อให้เว็บไซด์พวกสายการบิน โรงแรม ให้เค้าไปหาข้อมูลเอาเอง

หลังจากกินเข้าเที่ยงที่นี่ ก้อเดินทางกลับ นั่งรถไฟกลับมานี่แทบจะหลับ ง่วงมาก เป็นเพราะตื่นเช้า แล้วอากาศก้อดีด้วย พี่พู่เนี่ยะ ตาแทบจะลืมไม่ขึ้น แต่แกบอกว่า หลับไม่ได้ เดี๋ยวขึ้นเครื่องแล้วไม่หลับ jet lack แน่ๆ

พอแยกจากพี่พู่ เราก้อเลยไป les halles อีกครั้ง เพื่อทำการเปิดเบอร์โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ของ france telecom ชื่อ bigette นี่นิสัยดี พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้หรอกนะ แต่ก้อถูๆไถๆกันไปจนได้ ไอ้เราก้อใช้ฝรั่งเศสงูๆปลาๆ ผสมภาษาอังกฤษ เค้าก้อใช้ภาษาอังกฤษงูๆปลาๆ ผสมฝรั่งเศส สุดท้ายก้อได้มาด้วยความเหน็ดเหนื่อย หลังจากนี้เราจะตั้งใจเรียนภาษาฝรั่งเศสละ เริ่มมีแรงบันดาลใจในการเรียนขึ้นมาแล้วหละ (ขอบคุณพี่ bigette ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คะ)

21 กันยา, หรรษามหาสนุก

ในที่สุดก้อได้เจอะเจอกะพี่เกดซะที หลังจากมาอยู่ปารีส ได้สองอาทิตย์พอดิบพอดี ก้อเจ๊แกเล่นยุ่งซะจนน่าสงสาร ต้องรีบปั่นงานเพื่อส่งรายงานจารย์ให้เสร็จภายในวันศุกร์ แต่ก้อนะ แต่ก้อเป็นที่น่ายินดีที่เจ๊แกมีเวลามาให้น้องหนูผู้ยากไร้คนนี้ (ขอบคุณมากเจ๊)


นัดเจอกะพี่เกดที่ les halle กรุณาอ่านว่า เล-อาล์ นะคะ ไม่ใช่ เล-ฮอล์ นะยะ เพราะ ตอนแรกเจ๊แกถาม รู้จักเลอาล์ป่าว เราก้อบอกไปว่าไม่รู้จัก คุยไปคุยมา อ๋อออ เลฮอล์หนะเหรอเจ๊ เลยโดนตอกหน้าหงายมาว่า นี่หล่อนมาอยู่ฝรั่งเศสทั้งทีกรุณาออกเสียงให้เข้ากะพื้นที่ด้วย (แง่ว...)

พี่เกดก้อยังสวยเหมือนเดิม ย้ำ ว่า สวยเหมือนเดิม หมายความว่า พี่เกดเคย "สวย" อย่างไร ก้อยังคง "สวย" อย่างนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง โหะๆๆ พี่เกดพาเพื่อนมาด้วยสองคน พี่มิน กะ แต๋ม นิสัยดี มีน้ำใจ รักเด็ก เหมาะกะพี่เกดมากๆ (ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ) หลังจากแนะนำกันเสร็จสรรพ ก้อไปเที่ยวร้าน FNAC โอ้ พระเจ้า เปิดโลกทัศน์น้องหนูสุดๆ เราก้อถามว่า มันคือร้านไรเหรอเจ๊ พี่มินหันกลับมาบอกว่า มันคือ โรบินสันจ้ะ เพราะมีทุกสิ่งให้เลือกสรร (ว้าวว) มันมีทุกอย่างจิงๆ สากกะเบือยันเรือรบ หนังสือ, เพลง, อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเลกทรอนิก, ฯลฯ พี่เกดพาไปดูหนังสือสำหรับเรียนภาษาฝรั่งเศส เลยได้หนังสือช่วยในการกระจาย verb มีประโยชน์มากๆคะ (ถ้าหนูตั้งใจอ่าน) กะว่าจะซื้อ dictionary ด้วย แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจ เลยกะว่าเดี๋ยวไปร้านหนังสือมือสอง มีให้เลือกมากมาย แถมถูกด้วย

หลังจากนั้นก้อไปดู Package internet ยืนรอพนักงานต้อนรับอยู่ประมาณ สิบห้านาทีได้ เพราะคนเยอะมาก ที่นี่ถ้าเค้าไม่เสร็จลูกค้าคนนึง เค้าก้อจะไม่รับคนใหม่ แบบว่า ให้บริการจนกว่าลูกค้าจะเดินออกจากร้านกันเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก้อยังไม่ได้ซื้อ internet เพราะต้องไปเปิดสายโทรศัพท์ก่อน แค่มาหาข้อมูลเฉยๆ
ออกจากร้าน fnac ก้อเดินออกมาหาที่นั่งดื่มๆ เม้าท์ๆ ได้มาร้านนึง น้องไผ่สั่งกาแฟ เนื่องจากอยากกินกาแฟมานานมากแล้ว (กาแฟที่ห้องหมดหงะ) นั่งๆ เม้าท์ๆ ไม่รู้เม้าท์เรื่องไรบ้าง เพราะแย่งกันพูด อย่างว่าอ่ะนะ เจ๊เกดกะน้องไผ่เจอกัน มันต้องเกิดศึกชิงเม้าท์กันอยู่แล้ว แต่ที่สนุกสุดก้อได้แกล้งซันนี่ นี่แหละ เพราะซันนี่ชอบพูด man man ดังนั้น น้องไผ่กะพี่เกดเลยสนองเข้าให้ นั่งแซวมัน man man หนกุหนานกันใหญ่

เม้าท์กันได้สักพักก้อต้องจรรี (เขียนงี้ป่าวหงะ) เพราะพี่เกดมีนัดกินข้าวกะหนุ่ม (นามกรว่า Mr.X) แล้วพี่แกก้อเห็นผู้ชายดีกว่าน้อง ทิ้งให้น้องกลับบ้าน แล้วตัวเองก้อไปกินข้าวใต้แสงเทียนกันซะงั้น เชอะ

Wednesday, September 20, 2006







YO YO

20 กันยา, บ่ายสองก่าๆ

หลังจากไม่ได้อัพเดทข่าวสารมาหลายวัน ก้อได้รับข่าวสารจากไทยแลนด์ซะงั้นว่า อยู่ดีๆ ก้อเกิดการปฏิรูปกันอย่างเงียบสงบ เท่านั้นแหละทนไม่ได้ รีบเดินทางมาโรงเรียนเพื่อเข้า net หาข้อมูลซะหน่อย ถามใครๆ ก้อบอกว่าเงียบสงบ แค่ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องเรียนหนังสือ แค่นั้นเอง ไม่มีไรน่าตกใจ เราก้อหมดห่วง

มาว่าเรื่องของเราดีกว่า ที่ไม่ได้มา post เนี่ยะไม่ใช่ไรนะ แต่ว่าไม่ได้มาโรงเรียนเลยไม่มีเน็ตใช้

เมื่อคืนวันอาทิตย์ เพื่อนๆซันนี่ขับรถมาเยี่ยมจากเยอรมัน (บ้ามาก) มาถึงที่หอก้อราวๆ ตีสองได้ สุดยอดเลยเพื่อนมัน เรารู้แล้วว่าทำไมซันนี่ถึง hyper เพื่อนๆมันเนี่ยะ hyper กว่าประมาณสามเท่าตัว อยู่ด้วยแล้วเหนื่อยมาก

เช้าวันจันทร์ก้อออกไปเที่ยวในนครปารีส ไอ้เราก้อชวนพวกมันนั่ง metro ไป แต่พวกนั้นบอกว่า ไม่เอาๆ ขับรถไปดีกว่า จะได้เห็นเมืองได้ทั่วๆ อ่ะนะ ก้อขับรถไป โอ้พระเจ้า รถติดเป็นบ้า หลังจากขับกันมาได้เกือบชั่วโมง คนขับบอกว่า หาที่จอดรถดีกว่าแล้วนั่งรถไฟไปเที่ยว สรุป วันนั้นจอดรถไว้ในที่จอดรถเกือบทั้งวัน หมดค่าที่จอดไปประมาณ ยี่สิบกว่ายูโรได้ (ไม่เป็นไร พวกมันรวย)

ก้อไปเที่ยว notre dam, louvre, arc de troimp, champ elysee, tour eiffel เห้อ จะบอกว่าเส้นทางเนี่ยะ ใครมาก้อต้องไป สงสัยว่าไผ่คงต้องได้ไปที่พวกนี้อีกประมาณหลายสิบรอบ


ตกเย็นก้อกลับมาที่พัก พวกหนุ่มๆ กลับถึงห้องก้อหลับเป็นตาย ประมาณชาร์จแบตเพื่อออกไปเที่ยวกลางคืนต่อ กว่าจะตื่นกันมาก้อโน่นเลยเที่ยงคืน ข้าพเจ้าเลยขอบาย ไม่ไปด้วย ขอนอนอยู่ที่ห้องดีกว่า ให้หนุ่มๆไปกันตามประสา กว่าจะได้ออกเดินทางกันก้อโน่นตีหนึ่งกว่าๆ มันจะไปเที่ยวที่ไหนกันได้ฟะ

กลับจากคลับกันมาก้อคงสักตีสี่ตีห้าแล้วมั้ง พวกเพื่อนๆซันนี่ก้อขอตัวขับรถกลับไปเยอรมัน เห้อออ พวกนี้มันบ้ามาก ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

วันอังคาร ตื่นมาก้อสายๆบ่ายๆแล้ว ตั้งใจจะเข้ามาโรงเรียน แต่ก้อขี้เกียจ เลยชวนกันกะซันนี่ไปช้อปปิ้งที่ IKEA ไม่รู้หรอกนะว่าไปงัย รู้แต่ว่ามันอยู่ใกล้ๆกะที่พัก เลยโทรไปถาม Patrick (หนุ่มผิวดำนิสัยดีมีน้ำใจ) มันบอกว่าเออๆๆ อีกสิบนาทีจะไปเยี่ยมแม่ เจอกันหน้าหอ เดี๋ยวพานั่งรถเมล์ไป เพราะไปทางเดียวกัน โอ้ พระเจ้า เป็นการนั่งรถเมล์ในปารีสเป็นครั้งแรกในชีวิต

ออกจากที่พักต้องเดินไปเล็กน้อยเพื่อไปขึ้นรถเมล์ ตอนขึ้นเราก้อถามว่าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ มันบอกไม่ต้องจ่ายหรอก นั่งแค่ป้ายเดียวเอง (หา...จิงดิ) เอาก้อเอาฟะ ไม่จ่ายก้อไม่จ่าย นั่งไปป้ายนึง ก้อลงเพื่อเปลี่ยนเป็นอีกสาย (Bus PC3 No.350) คราวนี้ต้องจ่ายละ เพราะนั่งไกล จ่ายไปคนละ 1.4 ยูโร Patrick ก้อใจดี๊ ใจดี บอกพี่คนขับว่า พอถึง IKEA แล้วเรียกอีกระเหรี่ยงสองคนนี้ด้วยนะ นั่งไปสักพัก น้อง Patrick ก้อตีจากเราไป เพราะถึงบ้านแม่เค้าแล้ว ก่อนลงมีการไปย้ำกะพี่คนขับอีกที ว่าอย่าลืมบอกอีสองคนนี้ด้วยนะ น่ารักมากๆ เราเลยไปถึง IKEA โดยสวัสดิภาพ

ไปเดินดูเฟอร์ฯ ข้าวของเครื่องใช้ ภายในบ้าน ที่นี่ถูกกว่าเมืองไทยอีก ตั้งใจจะซื้อโต๊ะนั่งกินข้าว แต่มันใหญ่อ่ะ หอบกันไม่ไหวสองคน เอาไว้คราวหน้า หาลู่ทางดีๆแล้วค่อยว่ากัน ได้โคมไฟมาอันนึง 11.95 ยูโร ประมาณหกร้อยบาท ถ้าเป็นที่บ้านเราก้อ สองพันได้ เพราะซันนี่เคยซื้อที่ index มาแล้ว ใช้เวลาอยู่ใน IKEA เกือบๆ สี่ชั่วโมงได้ เดินกันจนขาลาก

กว่าจะออกจาก IKEA ก้อสองทุ่มได้ คราวนี้แหละ จะกลับกันงัยหละ เพราะรถ bus ที่นั่งมา มันไม่ผ่านหน้า IKEA ซวยแล้ว ก้อลองเสี่ยงๆดู เดินไปที่ bus stop เจอสาวๆ กลุ่มนึง หน้าตาสะสวย เลยไปถามเค้าว่าจะเข้าไปปารีส (เพราะ IKEA อยู่นอกปารีส ราวๆ ปทุมธานีได้) ไปงัยดี เค้าเลยบอกว่า เออ พวกเค้าก้อจะไปเหมือนกัน เดี๋ยวไปกะพวกเค้าได้ โอ้ หน้าตาดี แถมมีน้ำใจอีกตั้งหาก

สี่สาวประกอบไปด้วย Jasmina, Olga, Sophia, Auriele เราก้ออาศัยนั่งรถบัสไปกะเค้า แล้วก้อไปต่อ RER สาย B เราก้อกะว่าจะไปซื้อตั๋ว RER สาวๆบอกว่า ไปซื้อทำไม บ้าเหรอ ข้ามมาเลย พวกสาวๆ เค้าก้อกระโดดข้ามรั้วมั้ง มุดรั้วมั้งเข้าไป ไอ้เราสองคนเอางัยดี ซันนี่บอกให้ไปซื้อตั๋ว เราก้อจะไปซื้อตั๋ว Jasmina เลยพูดขึ้นมาว่า Are you crazy? it's so expensive.. come in.. เอ้า เอาก้อเอาฟะ ไอ้ไผ่เลยมุดรั้วเข้าไป ส่วนซันนี่ก้อกระโดดข้ามรั้ว แล้วก้อรีบวิ่งไปขึ้นรถไฟ

สาวๆ น่ารักมาก นั่งคุยกันมาตามทางเค้าถามว่าอยู่ปารีสมานานยัง เราก้อบอกไปว่า อยู่มาอาทิตย์กว่า เค้าก้อทำหน้าตกใจว่าอยู่มาอาทิตย์กว่า ถ่อสังขารมา IKEA เนี่ยะนะ ทำได้งัย เราก้อเลยบอกไปว่า ก้อทำเงี่ยะแหละ ถามๆเค้าไปเรื่อย สุดท้ายก้อแลกเบอร์กันไว้ กะว่าเดี๋ยวคงจะได้ไปเที่ยวกับสาวๆกลุ่มนี้อีก น่ารักจิงๆ

กลับมาถึงที่พัก ก้อเจอน้องบี น้องบีบอก พี่ไผ่ๆๆ รู้ป่าว เมืองไทยปฏิวัติแล้วนะพี่ ไอ้เราเงี่ยะตกใจเลย เลยกะว่า ตอนเช้าต้องรีบไปโรงเรียนเพื่ออัพเดทซะหน่อย

Wednesday, September 13, 2006

13 กันยา, 19.25 น.

วันนี้ไม่ได้นัดกะชาวไทยไว้ เลยได้ตื่นสบายๆ ตื่นมาก้อแปดโมงแล้ว โชคดีมากที่สะดุ้งตื่นได้ เพราะลืมตั้งนาฬิกาปลุก เกือบไปแล้วตู อาบน้ำอาบท่า ก้อกินอาหารเช้า วันนี้หรูหรา ซันนี่ทำ breakfast ให้กิน ก้อหนมปังยัดแฮมกะไข่ต้ม ใส่ซอสมะเขือเทศเข้าไปก้ออร่อยดี ใช้ได้ๆ (เมื่อคืนเราเป็นคนทำ อุๆ ทำสปาเก็ตตี้ กินกะหนมปัง อร้อยอร่อย)

เดินออกมาขึ้นรถไฟ เราก้อเดินฟังเพลงหลับหูหลับตาเดิน เดินเข้ารถไฟมา พอเค้าปิดประตู หันไปหาซันนี่ อ้าวไรฟะ มันยังอยู่นอกรถไฟอยู่เลย แต่วๆๆ ไม่เป็นไร ไปเจอกันที่ Sebastopol เลยทีเดียว เพราะต้องไปเปลี่ยนสถานีที่นั่นอยู่แล้ว

การเรียนภาษาฝรั่งเศสวันที่สอง แลดูเหมือนมีความรู้เพิ่มขึ้น แต่ก้อยังง่วงเหงาเหมือนเดิม อากาศก้อร้อน ง่วงก้อง่วง อยากนอนมากๆ

มาอยู่นี้ได้อาทิตย์นึง สิวขึ้นเต็มหน้าไปหมด ไม่เข้าใจว่ามันมีไรที่นี่ มาฝรั่งเศสทีไร สิวเห่อขึ้นเป็นดอกเห็ด ตอนนี้เจ็บหน้าไปหมดแล้ว ทำงัยดีอ่ะ

วันนี้ไม่มีไรตื่นเต้นเลย แค่นี้ดีกั่ว หิวแล้วด้วยบาย

Tuesday, September 12, 2006

12 กันยา

วันนี้เป็นการเรียนวันแรก แต่เป็นเรียนนอกตาราง ทุกคนที่มาที่นี่ต้องเรียนภาษาฝรั่งเศสกันก่อน เพื่อเค้าจะได้แยกกลุ่มว่าใครควรจะอยู่ในระดับไหน เสร็จแล้วก้อไปเรียนกันอย่างจิงจังตั้งแต่วันที่ 25 โน้น สนุก เบื่อ ง่วง ร้อน ผสมๆกันไป ก้อเรียนไอ้ที่เคยเรียนมาแล้วทั้งนั้น แต่จำไรไม่ได้สักอย่าง สงสัยต่อมภาษาตอนนี้จะเสื่อมไปเรียบร้อยแล้ว เหนื่อยจิตมาก

class จิงๆเริ่มเรียน โน่นเลยวันที่ 25 แต่อาทิตย์นี้ต้องเรียนภาษาทั้งอาทิตย์ ส่วนอาทิตย์หน้าคงว่าง (หวังว่า) ก้อคงไปทำเรื่องแบงค์ และซื้อของเข้าห้องให้ครบ

ตอนนี้อากาศร้อนมาก พวกฝรั่งดีจัย นั่งตากแดดเหมือนผีบ้า ส่วนอีพวกคนเอเชีย วิ่งหลบแดดเหมือนผีบ้าเช่นกัน เพื่อนฝรั่งบอกว่าเดี๋ยวเถอะเข้าหน้าหนาว พวกมึงจะรู้สึก

ไผ่