Monday, November 20, 2006

31 ตุลาคม, 7.30น.

ทำการตื่นแต่เช้า เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไป Monaco Monte-Carlo เมืองคนรวย

Monaco Monte-Carlo:โมนาโค มอนติ-คาร์โล

ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสก้อเป็นได้ เพราะเคยเป็นของกันและกันมาก่อน ที่นี่เค้าจะแบ่งเป็นสองส่วนคือส่วน โมนาโค กะส่วน มอนติ-คาร์โล คือเวลาเรียกเนี่ยะ จิงๆ เราเรียกโมนาโคเฉยๆ ก้อได้ แต่มีพวกชาวอิตาลีเนี่ยะ เค้าเรียก มิวนิค (ในเยอรมัน) ว่าโมนาโคเหมือนกัน เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนภายใน เค้าเลยเรียก โมนาโค มอนติ-คาร์โล (ก้อไม่รู้มันจะเรียกมิวนิค ว่า โมนาโค ทำหยัง)


ลักษณะเมืองก้อเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ในหุบเขา คล้ายๆ กาฐมัณฑุเลย (แต่สวยกว่าเยอะ) ด้านนึงติดทะเล อีก ด้านติดภูเขา ที่นี่เป็นที่พักอาศัยของพวกคนรวยๆ แล้วก้อเป็นที่จอดเรือยอร์ชของพวกมหาเศรษฐีทั้งหลาย มีแต่เรือสวยๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วอิจฉา ที่ที่ต้องไปดูก้อมี
Palais Princier (พระราชวังเก่า): ประวัติของโมนาโคเนี่ยะ เค้าก้อปกครองโดยระบอบกษัตริย์มาก่อนนั่นแหละ ก้อจะมีวังเล็กๆ ให้เราไปเที่ยวชม ที่สำคัญถือว่าเป็น hight light เลยก้อคือ การเปลี่ยนกะของทหารยาม (Changing Guard) ของที่นี่ แต่อย่าเอาไปเทียบกะของที่อังกฤษเค้านะ เทียบกันไม่ได้หรอก เพราะบ้านนี้เมืองนี้ เค้าเล็กกว่าเยอะ เวลาเปลี่ยนกะ ก้อประมาณเที่ยงตรง จะให้ดีก้อไปก่อนหน้านั้นสัก สิบห้านาที หรือ ครึ่งชั่วโมง เพื่อทำการจับจองที่ในการชม จะได้ไม่มีคนมาบังให้เสียอารมณ์



--- In front of the Palace ---


-- "Changing Guard" --

บริเวณพระราชวังเนี่ยะจะอยู่บนภูเขา ก้อจะมีวิวทิวทัศน์ให้ชมเมืองโมนาโคและถ่ายรูปได้ จะมองเห็นท่าจอดเรือยอร์ช เต็มไปหมด





--- Nice view from Palace ---

Cathedrale:
หลังจากถ่ายรูปบริเวณพระราชวังเสร็จ เราก้อทำงานเดินไปที่โบสถ์ Cathedrale ที่สร้างจากหินสีขาว และเป็นที่ฝังศพของเจ้าชายในสมัยก่อน ข้างในตกแต่งสวยงามตามสไตล์ไฮโซที่นี่ แต่น่ากลัวอ่ะ เพราะมีหลุมศพรายรอบไปหมด (แถมเราเข้าไปคนเดียวอีกต่างหาก ซันนี่นั่งกินแซนวิชรออยู่ข้างนอก...)



-- On the way to Cathedral --



Cathedrale: Built with white stones from La Turbie


The burial site for former Prices

Musee Oceanographique et Aquarium: พิพิธภัณฑ์ทางทะเล และ สัตว์น้ำ
ออกเดินต่อไปที่พิพิธภัณฑ์ แต่ไม่ได้เข้าเพราะต้องเสียเงินค่าเข้า อะไรก้อตามที่ต้องเสียตังค์ โหะๆๆ ไม่ได้กินเราหรอก ก้อได้แต่ยืนถ่ายรูปอยู่ด้านนอกเท่านั้น แหะๆ ข้างๆ พิพิธภัณฑ์มีสวนสาธารณะให้เดินเล่นด้วย เราก้อเลยเลือกที่จะเดินเล่นแบบฟรีๆ ดีกว่า แอบเห็นบ้านหลังนึง สร้างอยู่ริมทะเลเลย คาดว่าเจ้าของคงรวยมั่กๆ


-- On the way to Aquarium --


-- Musee Oceanographique et Aquarium --



Casino:

ชื่นชมบรรยากาศอยู่สักพัก ก้อนั่งรถบัสลงจากเขาเพื่อไปเที่ยวที่คาสิโน ก้อได้แค่ไปดูหละนะ เพราะถ้าจะเข้าไปข้างในก้อต้องเสียเงิน ที่ทำได้ฟรีๆ ก้อคือถ่ายรูปอยู่ข้างนอกแล้วก้อเดินเข้าไปข้างในได้เล็กน้อย แต่ถ่ายรูปไม่ได้ เค้าให้ฝากทุกอย่าง คือว่าห้ามถืออะไรสักอย่างเข้าไป แม้แต่ขวดน้ำเปล่าๆ ก้อห้าม หนูไผ่เลยฝากทุกอย่าง เดินเข้าไปดูสวยดีอ่ะ แล้วก้อแอบไปเข้าห้องน้ำที่คาสิโน เชอะ ไม่ยอมให้เราเข้าไปข้างใน เราเลยฉี่ทิ้งไว้ซะเลย (โหะๆๆ) ด้านตรงข้ามคาสิโน เป็นส่วนของสวน สวยงามเชียว มีน้ำพุน่ารักๆด้วย หน้าตาเหมือนขนมถ้วยเลย


-- Take a bus to Casino --



-- Casino @ Monaco --

Jardin Japonais:

ออกจากคาสิโนก้อเดินไปที่สวนญี่ปุ่น ก้อเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นอ่ะ อย่างว่าอ่ะนะ เศรษฐีไม่รู้จะใช้เงินยังงัย ก้อสร้างสวนเล่นๆ จะสร้างธรรมดาก้อไม่ได้ ต้องให้มันแปลกๆ เอาแบบญี่ปุ่นนี่แหละ ไม่เหมือนใครดี




-- Jardin Japonais: Japanese Garden --


เดินทะลุสวนญี่ปุ่นออกมาก้อเจอทะเล นั่งพักกันสักพัก ก้อออกเดินต่อมาที่ท่าจอดเรือยอร์ช ทำการถ่ายรูปเหมือนเป็นเรือของตัวเอง




--- I really want one ---

เดินต่อมาสักพัก ก้อมีสวนสนุก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฮาโลวีนพอดี เหมือนสวนสนุกที่เมืองทองเลย เห็นแล้วก้ออยากเล่น แต่ตอนนั้นเหนื่อยมาก เดินมาทั้งวัน ก้อได้แต่เดินผ่านๆ อารมณ์ว่า เหนี่อยเต็มที อยากกลับบ้านแล้ว แต่ Christy and Shipu บอกว่าอยากเล่นๆ เราก้อเลยปล่อยให้เค้าไปเล่นกันสองคน ตามบายฮะ ส่วนชั้น ขอบายฮะ





-- Halloween Festival --

พอสองคนนั้นเล่นเสร็จ ก้อเดินกลับไปที่จอดรถ ทำการเดินทางกลับบ้าน เพราะนัดน้องนก น้องขวัญ และพี่อามาร์ไว้ว่า เดี๋ยวจะกลับไปกินข้าวเย็นด้วยกัน


.. To be continue -- Nice & Cannes

0 Comments:

Post a Comment

<< Home