2 November,
หลังจากออกชื่นชมเมืองโปปส์แล้ว เราก้อออกเดินทางต่อไปที่เมือง Lyon กว่าจะไปถึงก้อปาไป หกโมงเย็นกว่าๆ แล้ว แต่มืดตึดตื๋อ ลมแรง แล้วก้อหนาวด้วย อุณหภูมิตอนนั้นดูจากในรถเนี่ยะ มันบอกว่าประมาณ 3-5 องศาได้ หือๆ เสื้อผ้ากันหนาวก้อไม่ได้เตรียมมาสักเท่าไหร่ด้วย ที่ทำก้อคือ พอออกจากรถได้ก้อรีบวิ่งแจ่นเข้าบ้านโดยเร็ว
อย่างที่บอกไปแล้วว่า คืนนี้เราได้รับการอนุเคราะห์จากเพื่อนของเพื่อนอีกที เป็นใครมาจากไหนก้อไม่รู้ หน้าตาเป็นงัยก้อไม่รู้ รู้แต่ว่าเค้าชื่อ AnJan (อันจัน) เป็นคนเนปาล เป็นเพื่อนของบินิทอีกที
GPS วันนี้ทำงานอย่างดีมากๆ ไม่อาการอะไรให้น่าเป็นห่วง สามารถพาเราไปถึงหน้าบ้านอันจัน ได้อย่างสวัสดิภาพ พอไปถึง ก้อแนะนำตัวกันตามระเบียบ แล้วก้อรีบวิ่งเข้าบ้านเลย เพราะหนาวมาก เรื่องเที่ยว ไม่สนแล้ว นี่แค่ทุ่มก่าๆ ยังหนาวซะขนาดนี้ เลยกะว่า ซื้อพิซซ่ามากิน แล้วนอนเอาแรง พรุ่งนี้ค่อยเริ่มเที่ยวละกัน
Lyon (ลี-ออง): France's third-largest city, became a UNESCO World Heritage site in 1998, one of only six urban sites in the world thus honoured. In Lyon, there are more restaurants per square metre than anywhere else on earth. It also has a beautifully preserved old Renaissance quarter and an elegant town cetre of grand boulevards an public squares.
เมืองลีอองเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของฝรั่งเศส เป็น 1 จาก 6 เมืองใหญ่ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นมรดกโลก นอกจากความสวยงามยุคเรเนซองค์แล้ว ที่ลีอองยังมีร้านอาหารเยอะแยะไปหมด เขาว่ากันว่า ลีออง เป็นเมืองที่มีร้านอาหารมากที่สุดในโลก (เราว่า กรุงเทพฯ เจ๋งกว่าอีก) สงสัย คนที่ทำสถิติ ไม่เคยไปกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรแน่นอนเลย
ถนนหนทางที่ลีอองค์ก้อสวยงาม มีถนนที่เป็น Boulevards (เป็นถนนที่มีเกาะกลาง และมีต้นไม้สองข้างทาง) เยอะมาก ต้นไม้กำลังเป็นสีเหลือง สวยงามไปหมดเลย อย่างนึงที่เราประทับใจมากๆ ที่นี่ก้อคือ รถไฟใต้ดิน แบบว่า แลดู Hi-Tech กว่าที่ปารีสแบบไม่เห็นฝุ่น สะอาดกว่า สีสันสดใสกว่า แถมมีรถอัตโนมัติแบบไม่มีคนขับด้วย ตื่นเต้น ตื่นเต้น

Sunny and Anjan (Binit's friend).
A kind man who give us the place to stay..Thanks Man!


Metro station in Lyon...it's so nice compare to Paris.
New, Clean, Colorful (orange train), Autometic train (without driver)...

Vieux Lyon : เมืองเก่าลีออง...
(ในฝรั่งเศส ทุกที่ที่ไป เราต้องไปดูโซนเมืองเก่า เพราะเค้าจะยังคงเก็บสภาพเก่าๆ นั้นไว้)
เริ่มจากไปที่ Office de Tourism เหมือนเดิม ไปเอาแผนที่มา แล้วก้อวางแผนกันว่าจะไปเที่ยวไหนดี แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ที่จอดรถในลีออง หายากมากๆ เราวนหาที่จอดรถอยู่เป็นชั่วโมง ไอ้ที่จะจอดแบบเสียตังค์ก้อแพงเหลือหลาย ก้อเลยตัดสินใจว่า กลับไปจอดหน้าบ้านเหมือนเดิมแล้วนั่งรถไฟเอาดีกว่า ... เห้อ เสียเวลามากๆ
หลังจากหาที่จอดรถได้ ก้อออกเดินทางโดยรถไฟไฮโซ ไปที่สถานีเมืองเก่า เพื่อจะไปดูโบสถ์ Cathedrale St-Jean แต่ปรากฏว่า เราไปถึงตอนเที่ยงพอดี เค้าปิดอ่ะ เปิดอีกทีก้อ บ่ายสองโน่น เห้อ...เชื่อเลย ขนาดโบสถ์ยังมีพักเที่ยงเลยอ่ะ เลยเปลี่ยนแผน ไปที่ Basilique Notre-Dame de Fourvire เป็นโบสถ์อยู่บนเขาสูง มองจากมุมไหนก้อเห็น ต้องนั่งรถกระเช้าขึ้นไป
ระหว่างทางแอบเห็นจักรยานหน้าตาประหลาดจอดอยู่เต็มไปหมด เราก้อสงสัยว่ามันคืออะไร อันจัน เลยเฉลยให้ว่า นอกจากรถไฟใต้ดินกับรถเมล์ ที่เป็น public transportation ของลีอองแล้ว ยังมีอีกอย่าง คือ "จักรยานสีแดง" (สีแดงจิงๆนะ) การใช้งานก้อคล้ายๆกับขึ้นรถไฟใต้ดิน หรือ รถเมล์ คือเราต้องไปหยอดเหรียญที่ตู้อัตโนมัติ แล้วก้อจะได้บัตรมาหนึ่งใบ เราก้อเอาไปเสียบเพื่อปลดล็อคจักรยาน สนใจคันไหนก้อเลือกได้เลยตามอัธยาศัย หลังจากนั้นเราก้อขี่จักรยานนั้นไปที่หมายที่เราต้องการ ซึ่งเค้าก้อจะมีที่จอดตามจุดต่างๆ (ประหนึ่งว่าเป็นป้ายจอดจักรยาน) เราก้อเอาไปจอดตรงนั้น..ลอคจักรยานให้เรียบร้อย เราก้อจะได้บัตรคืนมา ก้อเอาบัตรนั้น ไปรับเงินประกันคืน ... เท่ม่ะ แบบว่า ชอบมั่กๆ คะระบบนี้ น่าเอาไปทำบ้านเราบ้าง แต่คงลำบากอ่ะ อากาศบ้านเราไม่ดีเหมือนที่นี่ ขี่ๆไปอาจะเป็นลมตายข้างทางไปก่อนได้




"Red Bicycle" - one of public transportation in Lyon...
So Cool!!!



ขนมอะไรก้อไม่รู้ สีชมพู้ ชมพู ...
Basilique de Notre-Dame: A gaudy showcase of multicoloured marble and mosaic.
ที่นี่อยู่บนยอดเขาสูง ต้องนั่งรถกระเช้าสีส้ม ขึ้นไป ตื่นเต้นคะ เพราะทางขึ้นชันมากๆ
โบสถ์นี้ ถือว่าเป็นโบสถ์ ที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาแล้ว ชอบมากๆ วิวด้านนอกก้อสวย เข้าไปข้างในยิ่งสวยกว่า คือทั้งใหญ่ทั้งสวย ถ่ายรูปยากมากๆ เพราะไม่รู้จะถ่ายยังงัย มันสวยทุกซอกทุกมุมเลย ถ่ายออกมา มันก้อไม่สวยอย่างที่ตาเห็นอ่ะ ขอแนะนำเลย ใครมีโอกาส ต้องมาที่นี่ให้ได้ พวกเราทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยมากๆ
ระหว่างที่เรานั่งชื่นชมความสวยงามอยู่ ก้อมีบาทหลวงท่านนึงเดินมาทักทาย "หนี-ห่าว" แง่ว... หนูม่ะช่ายคนจีนคะคุณพ่อ เราเลยไปเรียก ฉีปู้ กะ ครีสตี้ มาคุย โอยยย คุณพ่อคุยจ่อเลยคะ ท่านพูดภาษาจีนคล่องปล่อเลย สักพัก ท่านก้อเปลี่ยนมาพูดภาษาอังกฤษ อธิบายสิ่งต่างๆให้ฟัง ใจดีมากๆ ท่านบอกว่าที่นี่สวยเพราะว่ามีอายุแค่ราวๆ ร้อยปีกว่าๆ ถือว่ายังใหม่อยู่ และศิลปะในยุคนั้นก้อนิยมใช้ทองคำ และ โมเซคมาตกแต่ง โบสถ์เลยสวยอย่างที่เห็น อย่างโบสถ์อื่นๆ ที่มีอายุเยอะแล้ว ก้อจะเป็นแค่อิฐหินแกะสลัก ธรรมดา ไม่มีการตกแต่งอะไร ไม่มีสีสัน เพราะในยุคสมัยนั้นยัง ทำกันไม่ได้...อืมมม มีความรู้ขึ้นเยอะเลย

---Basilique de Notre-Dame---
Most beautiful church I've ever seen.



Funicular to the church...


Small Eiffel Tour !!!

...View outside the church...
It looks like a winter hah!!








Inside the church..
It's decorated by multicoloured marble and mosaic.
It's very very bauetiful and magnific...
Cathedrale St-Jean:
หลังจากลงมาจากเขาก้อเป็นเวลาบ่ายสองพอดี เราก้อเลยย้อนกลับที่โบสถ์เซนต์จอห์นอีกครั้งอย่างที่บอกไปแล้ว โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ที่มีอายุมากแล้ว ดังนั้นเลยไม่สวยอย่างโบสถ์ที่แล้ว highlight ของที่นี่ก้อคือนาฬิกาบนยอดโบสถ์ ซึ่งมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 โน่น และ กระจกสี เค้าว่ากันว่า ยังคงสภาพอยู่ 100% แม้ว่าจะเกิดสงครามกี่ครั้ง กระจกนี้ก้อไม่เคยได้รับการกระทบกระเทือนเลย ... ว้าววว


Cathedrale St-Jean: With magnificent fourteenth-century mechanical clock



Thirteenth-century stained glass still is in the perfect condition eventhough church damaged during World War II.






Pope's properties...
Place Bellecour: The huge square where even the statue of Louis XIV on houseback looks small
สถานที่ต่อไป ก็คือ Place Bellecour เป็นจตุรัสขนาดใหญ่มากๆๆๆ กว้างมากๆๆๆ ด้านหน้าจะมีอนุสาวรีย์พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ประดิษฐานอยู่ (ดูไปดูมาเหมือนอนุสาวรีย์พระเจ้าตากเลยอ่ะ) รอบข้าง รายล้อมด้วยต้นไม้ ซึ่งกำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สะท้อนกับแดดตอนบ่ายสามก่าๆ ตัดกับท้องฟ้าสีคราว โอย..สวยงามมากๆ แต่ขอโทษนะฮะ ขนาดแดดแรงอย่างนี้ ยังเย็นเลยอ่ะ



ออกจาก Place เราก้อเดินเพื่อดูเมืองลีอองต่อไปเรื่อยๆ ตั้งใจว่าจะเดินไปถึงตรงถนนคนเดิน ระหว่างทางก้อผ่าน Theatre ที่เค้าเอาไว้แสดงโอเปร่า ด้านหน้า มีกล้องอะไรก้อไม่รู้ เห็นคนยืนส่องกันอยู่ แลดูหน้าสนใจ เราเลยเข้าไปส่องดูบ้าง ปรากฏว่า เป็นกล้องส่องทางไกลที่ส่องเข้าไปในตัวอาคาร เพื่อให้เราเห็นสภายภายในโรงละครว่าเป็นอย่างไร เจ๋งดี แต่แบบว่า รูมันเล็กไปหน่อย มองไรไม่ค่อยได้มากเลยอ่ะ
แล้วก้อออกเดินต่อไปที่ Place de la Republique ซึ่งเป็นย่านคนเดิน อืม..เทียบก้อเหมือนเป็นแหล่งวัยรุ่นอ่ะ เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะว่า มันหนาวมาก ไม่สามารถ เอามือออกมาจากกระเป๋าได้เลย ก้อเลยได้แต่ เดินไปเรื่อยๆ แล้วก้อนั่งรถไฟกลับไปที่จอดรถ
ในสถานีรถไฟ มีรูปโฆษณาที่มีคนมือบอนมาวาดหนวดให้นางแบบ ตลกดีเลยถ่ายรูปมาให้ดีกัน แถมมีอีกรูปนึงเป็นรูปซาตานกะลังถอดกางเกง น่ารัก ดี ...


.. Lyon Opera Theatre ..



.. Place de la Republique ..
It's shopping area for Lyonains.


.. Ad. in Metro station ..


... Sunny and a little Devil ...
ห้าโมงเย็นกว่าๆ เราก้อออกเดินทางเพื่อไปค้างที่ Clermont Ferrand สภายอากาศย่ำแย่มากๆ หมองลง แถมหนาวอีกตังหาก เห้อ...ไม่รู้ว่าที่ Clermont จะเป็นยังงัย ... ติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ
...To be continue: Clermont Ferrand - an incongruous capital for rustic Auvergne


0 Comments:
Post a Comment
<< Home