









23 กันยา, ร่วมมิตรคนไทยในต่างแดน
ชาวมิชลินจาก clermont ขับรถมาเที่ยวปารีสกัน ประกอบไปด้วย พี่บีม,พี่ดอย,พี่เป้,น้องปอ,น้องเฟ้ (ออกเสียงเหมือนเป้อ่ะ) เลยนัดเจอกันที่ sacre-ceur (อ่านว่า แซค-เคอะ-เคอร์) อยู่แถวๆบ้านเราพอดี
โบสถ์นี้อยู่บนภูเขา เป็นจุดที่สูงเป็นอันดับที่สองของปารีส (อันดับหนึ่งคือหอไอเฟล) กว่าจะเดินขึ้นไปถึงก้อขาลากกันเลยทีเดียว จิงๆแล้วเค้ามีกระเช้าให้บริการด้วย แต่คนเยอะมาก ต้องต่อคิวนาน เดินเอาก้อได้ จะได้ออกกำลังกายด้วย (เห้อออ..เหนื่อย)
โบสถ์นี้ถือเป็นโบสถ์ที่เราชอบมากที่สุดในบรรดาทั้งหมด เพราะเป็นสีขาว แล้วก้ออยู่บนภูเขา มองเห็นวิวรอบด้านสวยงาม ภายในก้อสวยงาม เราชอบมากกว่า noter-dame อีก แถมสามารถมองมาจากห้องที่อยู่ได้ด้วย ตอนกลางคืนสวยมาก เพราะเค้าจะเปิดไฟส่องจนเที่ยงคืน มองมาเนี่ยะ งามเด่นเป็นสง่าสุดๆ
ออกมาจากโบสถ์ก้อเดินอ้อมมาด้านหลัง ระหว่างทาง มองเห็นห้องเราด้วย ดูในรูปเอานะจ๊ะ ตึกรูปร่างหน้าตาประหลาดๆหนะแหละ แล้วก้อเดินต่อเพื่อไปย่าน monmartre ไปดูพวกศิลปินวาดรูปกัน แต่ต้อง ระวังนะ เพราะบางคนเค้าไม่ให้ถ่ายรูป เกิดไปถ่ายสุ่มสี่สุ่มห้า โดนด่า แถมเสียตังค์อีกตังหาก อีกเรื่องที่ต้อง ระวังคือ อาจจะถูกชักจูงให้เสียตังค์โดยไม่รู้ตัว แบบว่า ทำเหมือนใจดี จะวาดรูปเรา วาดๆไป หันมาเก็บตัง เราซะงั้น ไม่ได้ขอให้วาดซะหน่อย (ไม่เคยโดนนะ มีคนเล่ามาอีกที) วันนี้คนเยอะมาก เพราะเป็นวันเสาร์ ได้บรรยากาศดี กะว่า ว่างๆ คงเดินมาดูรูปเล่นอีก เพราะอยู่ใกล้ๆบ้านเรา
ระหว่างเดินกลับไปรถไฟ มีร้านค้าเสื้อผ้า ลดราคา ราคาไม่แพงนะ อย่างยี่ห้อ kookai เป็นเสื้อไหมพรมมันขายเป็นกระบะๆ ต้องไปรื้อๆเอาก้อต้อง 5.99 ยูโร (สามร้อยบาท) ก้อไม่แพงเท่าไหร่ เพราะคุณภาพดี เนื้อหนานุ่ม แต่ไม่ได้ซื้ออ่ะ เพราะไม่ได้กะจะช้อปอยู่แล้ว แค่เดินๆ สำรวจตลาดไปเรื่อยๆ
หลังจากออกจาก monmartre ก้อนั่งรถไฟไปหาพี่เกด พี่ดอย ที่ louvre (อ่านว่า ลูฟ) ถือเป็นการมาครั้งที่ 4 ในรอบสองอาทิตย์ที่มาอยู่ปารีส แบบว่า ใครไปใครมา ต้องมาที่นี่ จนซันนี่ชวนว่าไปสอบ guide license กัน ไหนๆก้อไหนๆแล้ว ทำให้มันเป็นกิจลักษณะกันไปเลย มี license พาคณะทัวร์เที่ยวกันเลยทีเดียว
โทรไปหาพี่เกดว่าอยู่ไหน แหมเจ๊แกตอบมาว่า อยู่ตรงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ช่างคิดจิงๆ เพราะหน้า louvre นอกจากปิระมิดสามเหลี่ยมที่ใครๆรู้จักดีแล้ว ยังมี อนุสาวรีย์น้อยๆ เป็นใครไม่รู้ขี่ม้าอยู่ เออนะ ไอ้เราก้อไม่เคยนึกหรอก เจอเจ๊เกดพูดมา เลยคิดได้ .. เออ เหมือนหวะ (เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปนี้มา ไม่งั้นจะเอามาให้ดู)
หลังจากรวมตัวกันครบหมด เหมือนเป็น michelin reunion ยังงัยไม่รู้ แบบว่า เหมือนงานคืนสู่เย้าชาวมิชลิน ทำนองนั้น ชักภาพกันตามประสาชาวไทย รูปหมู่ใหญ่อยู่กล้องพี่ดอยอ่ะ แล้วก้อลืมเอา email ให้พี่ดอย แล้วหนูจะได้ดูรูปมั้ยคะพี่ขา ว้าา..แย่จัง รูปที่มี ก้อมาจากกล้องตัวเองทั้งนั้น เห้อ..
ออกเดินทางต่อ สาวๆเดินทางไปช้อปปิ้งที่ร้าน Benlux ตามระเบียบ หนุ่มๆไปร้านหนังสือ ร้านนี้ดี๊ดี ถูกด้วย น้องไผ่ได้ dictionary มาหนึ่งเล่มราคา 9.4 ยูโร (เกือบๆ ห้าร้อย) ไม่ถือว่าแพงนะ เพราะเล่มใหญ่พอสมควร ใช้ได้เลยทีเดียว แล้วเราก้อขอแยกตัวไป les halles อีกครั้งเพื่อทำการซื้อ internet แล้วนัดกะพี่เกดอีกทีที่บ้านพี่วาด (สาวไทยใจดี) เพื่อจะรับประทาน dinner ร่วมกัน
กว่าจะซื้อ internet เสร็จก้อปาไปทุ่มนึงแหนะ ไปถึงบ้านพี่วาดก้อทุ่มครึ่ง ชาวไทยสิบก่าคนได้ ไปรุมกินอาหารไทยฝีมือพี่วาด พี่วาดเป็นคนขอนแก่น เดินทางมาอาศัยอยู่ปารีสก้อยี่สิบหกปีแล้ว ใจดี๊ใจดี ทำอาหารอร้อย อร่อย วันนี้พี่วาดทำข้าวเหนียว ส้มตำปลาร้า น้ำพริกปลาร้า ผักสด ลาบเนื้อ ต้มข่าไก่ โอ๊ยยย นึกแล้วยังน้ำลายไหลอยู่เลย ดีใจได้กินปลาร้าแล้ว เย้.... กินกันพุงแทบแตก
หลังจากกินข้าว มีบริการดูหมอโดยพี่เป้ ดูลายมือแม่นๆจ้า... แหมบอกว่ามาเรียนกฎหมายที่ฝรั่งเศส ไหงมาเอาดีทางดูลายมือก้อไม่รู้ จบไปไม่รู้จะเป็นหมอดู หรือ หมอความ อันนี้คงต้องดูกันต่อไป
นั่งเม้าท์กันบ้านพี่วาดแทบระเบิด นี่ถ้าฝนไม่ตก พี่วาดคงจับชาวไทยพวกนี้โยนออกนอกบ้านแล้ว ที่มันส์ที่สุดก้อคงเป็น น้องหยก กะซันนี่ คุยกันรู้เรื่องได้งัยก้อไม่รู้ ด้วยความที่น้องหยกห่างหายภาษาอังกฤษมานาน เลยไม่ค่อยคล่อง น้องเลยซัดภาษาฝรั่งเศสใส่ซันนี่ ส่วนซันนี่ก้อพูดอังกฤษกลับไป นั่งฟังก้อขำ เอ้ออ มันคุยกันคนละภาษาแต่ก้อยังคุยกันได้เนอะ
สักสี่ทุ่มก่าๆ ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก พวกเราเลยตัดสินใจ เอาวะ ยอมเดินลุยฝนไปละกัน ถ้ารอ เดี๋ยวจะยิ่งดึกเข้าไปใหญ่ ไผ่กะซันนี่มีเครื่องป้องกันฝนอย่างดี ไม่ใช่ร่ม ไม่ใช่เสื้อกันฝนนะ แต่เป็นถุงช้อปปิ้งจาก IKEA (พกติดตัวตลอด กรณีต้องไปซื้อของจะได้หอบกลับมาได้ง่าย) แบบว่า ถุงมันใหญ่มาก สามารถครอบหัวคนสองคนได้ดีเลยทีเดียว เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ คนเห็นคงขำน่าดี สองคนในถุงพลาสติก (โคตรโรแมนติกเลย)


0 Comments:
Post a Comment
<< Home